วันที่ 8 ตุลาคม นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)แถลงข่าวสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ และการดำเนินการรับมือสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคอาเซียนตอนล่าง ว่า แนวโน้มของปัญหาหมอกควันข้ามแดน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างของไทยอาจได้รับผลกระทบในลักษณะเป็นครั้งคราว ไม่ต่อเนื่อง นับจากนี้ไปจนสิ้นสุดหน้าแล้งของประเทศอินโดนีเซียประมาณกลางเดือนตุลาคม เนื่องจากมีอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิโญระดับปานกลาง ทำให้ปริมาณฝนในบริเวณตอนบนและตอนล่างของเกาะสุมาตราจะต่ำกว่าปกติเล็กน้อย จนเกิดภาวะแห้งแล้งและหมอกควันที่มีสาเหตุหลักจากการเผาพื้นที่เกษตรในพื้นที่ป่าพรุซึ่งดับยาก เมื่อประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดพาหมอกควันเข้าสู่ประเทศตอนบนของเกาะสุมาตรา กระทบต่อสิงคโปร์ มาเลเซีย รวมทั้งภาคใต้ของประเทศไทย

“ขณะนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมโครกรัมพบว่าจังหวัดภูเก็ตยังคงเกินค่ามาตรฐานมีค่า 201 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เนื่องจากบริเวณนี้ของประเทศไทยใกล้กับประเทศอินโดนีเซียทางตอนใต้มากที่สุด ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น สุราษฎร์ธานี สงขลา นราธิวาส ยะลา สตูล ปัตตานี มีค่าไม่เกินมาตรฐาน แต่เกินค่าเฉลี่ยของภาคใต้ที่มีค่าอยู่ประมาณ 40 มคก./ลบ.ม. เท่านั้น คาดว่าอีก 2-3 วัน แนวโน้มของสถานการณ์หมอกควันจะดีขึ้น เพราะจะเกิดฝนตกเล็กน้อยในหลายพื้นที่ แต่ต้องขึ้นอยู่กับทิศทางลมและจุดความร้อนของอินโดนีเซียด้วย ข้อมูลล่าสุดพบว่าตอนล่างของเกาะสุมาตรามีค่าฝุ่นละอองสูงถึง 504 มคก./ลบ.ม.”

ถามว่า พื้นที่ที่มีปัญหาควันไฟรบกวนมาก สามารถเข้าไปทำฝนเทียม เพื่อแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายวิจารย์ กล่าวว่า ทำได้ แต่แก้ปัญหาได้ไม่เด็ดขาด เพราะต้นกำเนิดควันมาจากข้างนอก การแก้ปัญหาคือ ต้องดับไฟให้ได้ ควันจึงจะหมด ทั้งนี้เชื่อว่า ปัญหานี้จะค่อยๆทุเลาลง เพราะพื้นที่ภาคใต้เริ่มมีฝนตกมากขึ้นช่วงปลายปี

อธิบดี คพ. กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นทำให้กระทบหลายประเทศในอาเซียน จะมีการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม นี้ เพื่อหยิบยกปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยประเทศไทยจะขอรับเป็นเจ้าภาพในการจัดทำโรดแมป เพื่อให้ประเทศอาเซียนปลอดหมอกควันด้วยการทำแผนปฏิบัติการร่วมกันทั้งภูมิภาคเสนอที่ประชุมครั้งนี้ด้วย

ถามว่า ในการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนจะมีการหารือเพื่อเอาผิดกับประเทศที่ก่อมลพิษหรือไม่ นายวิจารย์ กล่าวว่า ตามข้อตกลงเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอาเซียน ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเพื่อเอาผิดประเทศที่ก่อมลพิษ แต่จะช่วยกันลดและแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามไทยกำลังศึกษาข้อกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศว่าสามารถเอาผิดกับประเทศก่อมลพิษเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการแก้ปัญหาหมอกควันได้หรือไม่

ถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ประเทศไทย จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการดับไฟป่าและอุปกรณ์ไปช่วยอินโดนีเซียดับไฟ นายวิจารย์ กล่าวว่า หากอินโดนีเซียขอมา ประเทศไทยก็พร้อม แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับอินโดนีเซียมากกว่าประเทศไทย และมีอุปกรณ์การดับไฟป่าที่ทันสมัยมาก เคยเสนอตัวเข้าไปช่วยแล้ว แต่รัฐบาลอินโดนีเซียตอบกลับมาว่า ตอนนี้ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้